วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

10 ช้างเผือก คู่พระบารมี ประจำรัชกาลที่ 9

ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณของไทยถือว่าช้างเผือกเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติประดับบารมีของพระมหากษัตริย์ เมื่อมีช้างเผือกเข้ามาสู่พระบารมีจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธีสมโภชขึ้นระวาง พระราชทานนามเป็น "พระยาช้างต้น หรือนางพระยาช้างต้น" และให้ยืนโรงช้างประจำพระราชฐาน พระมหากษัตริย์พระองค์ใด มีช้างเผือกมาก จะเชื่อกันว่ามีพระบุญญาบารมีมาก
ตำราพระคชศาสตร์กำหนดลักษณะสำคัญ ๗ ประการ ของช้างมงคลไว้ว่า จะต้องประกอบด้วย ๑. ตาขาว ๒. เพดานปากขาว ๓. เล็บขาว ๔. ขนขาว ๕. พื้นหนังขาวหรือสีอ่อนๆ ออกแดงคล้ายหม้อใหม่ ๖. ขนหางขาว ๗. อัณฑโกสขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่
ในรัชกาลที่ 9 มีช้างเผือกทั้งหมด 10 เชือกและยังมีช้างสำคัญคู่พระบารมีอีก 11 เชือก ที่มิได้โปรดเกล้าฯให้มีพิธีขึ้นระวาง เพียงแต่ทรงรับช้างเหล่านั้นไว้เป็นช้างสำคัญ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ เป็นพระยาช้างเผือกประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า...
“ พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ทุติยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์ มงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฎรสวัสดิ์ประสิทธิ์ รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรพิตรสารศักดิเลิศฟ้า ”
เป็นช้างพลายเผือกโท เดิมชื่อ พลายแก้ว นายแปลกคล้องได้ที่ จังหวัดกระบี่ เมื่อ พ.ศ. 2499 เป็นช้างสำคัญในตระกูล พรหมพงศ์ จำพวกอัฐทิศ ชื่อ กมุท สีกายดังดอกกมุท หรือ บัวสายแดง สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังสวนดุสิต เมื่อวันที่ 11 พฤษศจิกายน พ.ศ. 2502

เป็นช้างพลายเผือก ลูกบ้านของนายแก้ว ปัญญาคง อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์จำพวกอัฎฐคช ชื่อ ดามพหัสดินทร์ สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2509

เป็นช้างที่ นายเจ๊ะเฮง หะระดี กำนันตำบลการอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เจอ ซึ่งเป็นลูกช้างที่พลัดหลงเข้ามาและมีลักษณะที่เป็นมงคลจึงแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวก ช้าง 10 หมู่ ชื่อดามพหัตถี สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2511


เป็นช้างพังเผือก ลูกเถื่อน เดิมชื่อเจ้าแต๋น ได้มาจาก จังหวัด ฉะเชิงเทรา เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์ จำพวกอัฏฐคช ชื่อ ดามพหัสดินทร์ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2519

เป็นช้างพลายเผือกลูกเถื่อน ชื่อ บุญรอดเป็นลูกช้างที่คนของกรมป่าไม้พบที่ป่าบริเวณแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์ จำพวก อัฏฐคช ชื่อ ดามพหัสดินทร์ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้นสวนจิตรลดา พระราชวังสวนดุสิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ. ศ. 2520

เป็นช้างพังเผือก ลูกเถื่อน ชื่อ ขจร นายปรีชาและนางพิมพ์ใจ วารวิจิตร ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวก อัฏฐทิศ ชื่อ กมุท สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2520

เป็นช้างพังเผือก ลูกเถื่อน ชื่อ ขจร นายปรีชาและนางพิมพ์ใจ วารวิจิตร ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวก อัฏฐทิศ ชื่อ กมุท สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2520

เป็นช้างพลายลูกเถื่อน ชื่อเดิม ภาศรี เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์จำพวกอัฏฐคช ชื่อ ดามพหัสดินทร์ น้อมเกล้าฯ ถวายขึ้นระวางที่โรงพระราชพิธี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2521

เป็นช้างพังเผือก ลูกเถื่อน ชื่อเดิม ขวัญตา เป็นช้างที่เจ้าอาวาสเลี้ยงที่วัดจังหวัด เพชรบุรี เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์ จำพวกอัฎฐคช ชื่อ ดามพหัสดิน น้อมเกล้าฯ ถวายขึ้นระวาง

ช้างพลายเผือก เล็บครบ ลูกเถื่อน ชื่อเดิม ดาวรุ่ง เป็นของเจ้าอาวาส ในจังหวัดเพชรบุรี เป็นช้างสำคัญในตระกูล วิษณุพงศ์ จำพวก อัฎฐคช ชื่อ ครบกระจอก เป็นช้างที่มีเล็บครบ คือ เท้าละ 5 เล็บ ทั้ง 4 เท้า ครบ 20 เล็บ สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2521

ขอขอบคุณ skilllike
#ช้างเผือกคู่บารมี #skilllike #LearnAnywhereShareAnything

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธนบัตรที่ระลึก ชนิดราคา 70 บาท เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี

ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2559 เพื่อจำหน่ายจ่ายแจกให้ปวงชนชาวไทยได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกในปีมงคลนี้ ในราคา 100 บาท พร้อมแผ่นปกพับ


ด้านหน้า พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่รัชกาลที่ 9 ฉลองพระองค์ด้วย
เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และพระสังวาลปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
ด้านหลัง พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี
​ขนาด ​กว้าง 8.9 ซ.ม. X ยาว 16.20 ซ.ม.
​วันออกจำหน่าย วันที่ 9 มิถุนายน 2559

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธนบัตรชำรุดที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

          ตามพระราชบัญญัติเงินตรา พุทธศักราช 2501 มาตรา 18 ว่าด้วยเรื่องธนบัตรชำรุดที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ต้องมีลักษณะของการชำรุดด้วย 4 ลักษณะ ดังนี้


          การขอแลกเปลี่ยนธนบัตรที่ชำรุด ให้ทำเรื่องยื่นคำขอตามแบบหนังสือร้องขอแลกธนบัตรชำรุดแล้วยื่นต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแนบธนบัตรที่ชำรุดไปกับคำร้องด้วย ซึ่งมูลค่าที่แลกกลับมาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ดังนี้

1. ธนบัตรครึ่งฉบับ ให้รับแลกเปลี่ยนแต่ละครึ่งฉบับเพียงครึ่งราคาของราคาเต็มของธนบัตรนั้น
2. ธนบัตรต่อท่อนผิด ถ้าไม่เกินสองท่อน แต่ละท่อนเป็นธนบัตรแบบและชนิดราคาเดียวกัน ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น
3. ธนบัตรขาดวิ่น ให้รับแลกเปลี่ยนเฉพาะเมื่อเห็นได้ประจักษ์ว่าส่วนที่เหลืออยู่มีมากกว่าครึ่งฉบับ ให้รับแลกเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น
4. ธนบัตรลบเลือน ให้รับแลกเปลี่ยนเฉพาะเมื่อการลบเลือนนั้น ไม่ถึงทำให้ไม่รู้ได้ว่าเป็นธนบัตรแท้จริง โดยให้รับเปลี่ยนเต็มราคาของธนบัตรนั้น

          ทั้งนี้สามารถยื่นเรื่องแลกเปลี่ยนธนบัตรชำรุดได้ที่ธนาคารออมสินทั่วประเทศ (ให้บริการในเวลาทำการทุกวัน)และธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศ (ให้บริการเฉพาะวันพุธ ยกเว้นสาขาย่อยและสาขาในห้างสรรพสินค้า)

CR.ธนาคารแห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าธนบัตรที่ยกเลิกใช้ไปแล้วนั้นหายไปไหน? เก็บเข้าคลัง? แล้วไงต่อ?

          

          ว่ากันว่าเดิมทีธนบัตรมีอายุการใช้งานประมาณ 1-3 ปีธนาคารแห่งประเทศไทยก็เรียกกลับมาทำลายแล้ว เนื่องด้วยในอดีตนั้นธนบัตรพิมพ์ด้วยกระดาษ เมื่อมีการจับจ่ายเปลี่ยนมือกันในตลาดนับไม่ถ้วนในแต่ละวันจึงเป็นเหตุให้เกิดการสึก ยับ ย่น สกปรก เก่า ขาด ชำรุด และปลอมแปลงได้ง่าย

          ซึ่งเนื้อกระดาษได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเลือกใช้กระดาษพลาสติกที่เรียกว่า โพลิเมอร์ เพราะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ยากต่อการปลอมและทนต่อการเปลี่ยนมือมากกว่านั้นเอง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงผลิตธนบัตรใหม่ออกมาใช้แทนธนบัตรเก่า ที่เรียกกลับคืน ธนบัตรที่พิมพ์มากที่สุดได้แก่ ธนบัตรชนิด 20 และ 100 บาท เพราะเป็นหน่วยที่คนใช้มากที่สุด


          การทำลายธนบัตรเก่าในแต่ละประเทศก็แตกต่างกัน ในบางประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ จะทำลายด้วยการย่อยเป็นผงแล้วนำไปฝังในดิน

          ส่วนประเทศไทยนั้นจะบดเป็นผงแล้วอัดเป็นแท่งแล้วนำไปให้โรงงานอุตสาหกรรมนำบางแห่งที่เชื่อถือได้นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือบ้างก็นำไปรีไซเคิลแล้วอัดเป็นกรอบรูป เป็นต้น

          ในแต่ละปีธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำลายธนบัตรเก่า กว่าพันล้านฉบับเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่านอกจากเราจะได้ใช้ธนบัตรที่ออกใหม่แล้ว ธนบัตรเก่าก็มีการทำลายทุกปีเช่นเดียวกัน

          อันที่จริงแล้วส่วนหนึ่งก็อยู่ในมือของนักสะสมอย่างเราๆนั้นเอง เห็นไม่ครับว่าธนบัตรเก่าทำไมถึงมีมูลค่า ราคาสูง เพราะหาไม่ได้อีกแล้ว ไม่ผลิต ไม่มีเพิ่ม มีแต่จะลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา

          ทุกวันนี้เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวดที่เป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ที่ได้เก็บสะสมเงินโบราณไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาสืบต่อไปในอนาคต

...ยินดีด้วยกับนักสะสมเงินโบราณทุกท่านครับ...

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

การจัดระดับเกรดตามสภาพธนบัตร

UNC ; Uncirculated (100%)
เป็นธนบัตรในสภาพใหม่เอี่ยม ไม่เคยผ่านการใช้จ่ายและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

EF ; Extremely Fine (85%)
สภาพธนบัตรเหมือนใหม่ ผ่านใช้จ่ายมาอย่างน้อย 1 รอบในระบบเศรษฐกิจ ไม่มีรอยพับ สีสันสดใส ขอบมุมทั้งสี่ยังเป็นเหลี่ยม คมชัดเจน เนื้อกระดาษแกร่ง และแน่น

VF ; Very Fine (70%)
สภาพดูดี แม้จะปรากฏสภาพ ผ่านการใช้งานมาบ้าง อาจมีรอยยับ หรือรอยพับบ้าง แต่ขอบมุม ยังเป็นเหลี่ยมอยู่ แม้จะไม่คม เหมือนสภาพใหม่

F ; Fine (50%)
ผ่านการใช้งานพอสมควร เห็นรอยยับรอยพับชัดเจน ขอบมุมเริ่มมน สีสันเริ่มซีดจาง

VG ; Very Good (30%)
เห็นชัดเจนว่าผ่านการใช้งานมา เห็นได้จากรอยยับรอยพับ ที่ชัดเจนมาก ขอบมุมมน จนถึงกร่อนไปบ้าง เห็นความสกปรก บนหน้าธนบัตร

G ; Good (15%)
ผ่านการใช้งานมามาก มีคราบสกปรกมาก สีของธนบัตรจางลง ขอบมุมมนจนถึงลบหายไป

P ; Poor
มีสภาพช้ำ เนื้อกระดาษยุ่ยฟู สีสันจางหาย สภาพสกปรกมาก บางส่วนเป็นรอยฉีกหรือขาดหาย

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

รู้หรือไม่? โรงพิมพ์ธนบัตรไม่ได้พิมพ์เฉพาะธนบัตรเท่านั้น ยังพิมพ์อากรแสตมป์ให้กรมสรรพากรอีกด้วย


          อย่างที่ทราบกันว่าดีอยู่แล้วว่าโรงพิมพ์ธนบัตรมีหน้าที่พิมพ์ธนบัตรให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย
เพื่อใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อส่งเสริมให้เกิดความมั่นคง สภาพคล่องและความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ
          ซึ่งอันที่จริงแล้วโรงพิมพ์ธนบัตรยังใช้ผลิตสิ่งพิมพ์อย่างอากรแสตมป์ให้กับกรมสรรพกรอีกด้วย เพื่อให้ได้สิ่งพิมพ์ที่สวยงาม ยากต่อการลอกเลียนแบบและปลอมแปลง จึงได้รับความไว้วางใจจากกรมสรรพกรให้ผลิตตลอดมา
          อากรแสตมป์เป็นภาษีตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการกระทำ ตราสาร 28 ลักษณะ ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ผลิตด้วยกระดาษชนิดพิเศษ  ใช้เทคนิคการพิมพ์ด้วยการพิมพ์แบบเส้นนูน มีลายรหัสลับและการปรุ​ จึงได้แสตมป์ที่ออกมาสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยากต่อการปลอมแปลง จึงสามารถใช้ติดผนึกในตราสารต่างๆได้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 28 ลักษณะตราสาร เช่น ตราสารเช่าที่กับโรงเรือน เช่าซื้อทรัพย์สิน จ้างทำของ กู้ยืมเงิน ฯลฯ เป็นต้น